ข้อมูลพื้นฐาน

ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนนิคมวิทยา
โรงเรียนนิคมวิทยา ได้กำเนิดขึ้นโดยการริเริ่มของ กำนันเชาว์ ชุมเกษียร กำนันตำบลพนานิคม ที่ต้องการให้มีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขึ้นในพื้นที่ของตำบลมาบข่าและตำบลพนานิคม แต่เมื่อมีการสำรวจพื้นที่แล้ว พื้นที่ที่เหมาะสมจะจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาขึ้นนั้น เป็นพื้นที่ของตำบลมาบข่า (ตำบลนิคมพัฒนาในปัจจุบัน) ซึ่งมีลักษณะเป็นศูนย์กลาง ที่มีความเหมาะสมกับการตั้งโรงเรียนมากกว่า จึงได้มีการประชุมชาวบ้านในเขตพื้นที่ขึ้นและได้มีความเห็นตรงกันว่าจะจัด ตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งนี้ โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการก่อตั้งซึ่งมี กำนันแอ๊ด ศักดิ์เจริญ กำนันตำบลมาบข่า เป็นประธาน เพื่อดำเนินการก่อตั้งต่อไป โรงเรียนนิคมวิทยาได้ดำเนินการก่อตั้งโดยมี ศึกษา สุวรรณพรหมณา เป็นที่ปรึกษาในการก่อตั้ง
โรงเรียนนิคมวิทยา จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบล สังกัดกองการศึกษากรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 2 ตำบลมาบข่า (ปัจจุบันคือ ต.นิคมพัฒนา) อำเภอบ้านค่าย (ปัจจุบันคืออำเภอนิคมพัฒนา) จังหวัดระยอง โดยรับนักเรียนแบบสหศึกษา ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ทำการเปิดสอน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2520 จำนวน 2 ห้องเรียน มีนักเรียนชาย 38 คน นักเรียนหญิง 32 คน รวมทั้งหมด 70 คน โดยได้อาศัยอาคารเรียนของโรงเรียนนิคมฯ 1 เป็นการชั่วคราวและทางจังหวัด ได้แต่งตั้งนายเสกล แสงพงษ์ชัย ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านค่ายให้มาปฏิบัติหน้าที่ ครูใหญ่โรงเรียนนิคมวิทยา ต่อมา คุณสินธุ์ คุณประไพ กุลศิริ ผู้จัดการร้านเลิศสิน เจ้าของและผู้จัดการบริษัทเพียรเกียรติและบริษัทเพียรเกียรติอุตสาหกรรม จำกัด ได้บริจาคเงินจำนวน 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) สร้างอาคารหลังแรกคือ อาคารเพียรเกียรติ ซึ่งมีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 72 เมตร จำานวน 9 ห้องเรียน และได้บริจาคเงิน 35,558 บาท (สามหมื่นห้าพันห้าร้อยห้าสิบแปดบาทถ้วน) เพื่อทำการติดตั้งไฟฟ้า จากที่ทำการนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง มายังโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงได้ย้ายจากโรงเรียนนิคมฯ 1 มาทำการสอนที่อาคารเพียรเกียรติ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนนิคมวิทยา
– ปี พ.ศ. 2521 กรมสามัญศึกษา ได้ให้งบประมาณก่อสร้างอาคารชั่วคราว จำนวน 2 ห้องเรียน เป็นเงิน 60,000 บาท (หกหมื่นบาทถ้วน) และในปีเดียวกัน ได้รับเพิ่มเติมอาคารชั่วคราวอีก 6 ห้องเรียนทำให้นักเรียนมีที่เรียนอย่างเพียงพอ
ปีงบประมาณ 2523 ได้รับเงินงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ 216 ต. ครึ่งหลังในราคา1,850,000 บาท (หนึ่งล้านแปดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ซึ่งก็คืออาคาร 1 ในปัจจุบันและได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงฝึกงานมาตรฐานอีก 1 หลัง ในราคา 260,000 บาท (สองแสนหกหมื่นบาทถ้วน)
– ปี พ.ศ.2523 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ 106 ต. หนึ่งหลังจำนวน 7 ห้องเรียนในวงเงิน 1,200,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน) ซึ่งก็คืออาคาร 3 ในปัจจุบัน
– ปีงบประมาณ 2523 ได้รับเงินงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ 216 ต. ครึ่งหลังในราคา 1,850,000 บาท (หนึ่งล้านแปดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงฝึกงานมาตรฐานอีก 1 หลัง ในราคา 260,000 บาท (สองแสนหกหมื่นบาทถ้วน)
– ปี พ.ศ.2525 กรมชลประทาน ได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแบบฝายน้ำล้น ตามโครงการพระราชดำริ ในเนื้อที่ติดกับโรงเรียนนิคมวิทยา ซึ่งทำให้โรงเรียนสามารถใช้น้ำจากฝายมาทำการเกษตรได้เป็นอย่างดี และในปีเดียวกันนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยโครงการสร้างงานในชนบท (กสช.) ได้ก่อสร้างประปาและต่อเติมสนามบาสเกตบอลให้แก่โรงเรียนเป็นผลสำเร็จ และทางโรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทาน โรงเรียนดีเด่นระดับมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ประจำเขตการศึกษา 12
– ปี พ.ศ.2527 สำนักงานโครงการพิเศษ กรมสามัญศึกษา ได้คัดเลือกโรงเรียนให้เข้าโครงการ มัธยมเพื่อพัฒนาชนบท (มพช.) ได้อนุมัติเงิน 4,000,000 บาทเศษ ให้โรงเรียนต่อเติมอาคารเรียนแบบ 216 ต.ให้เสร็จสมบูรณ์ ก่อสร้างโรงฝึกงานเพิ่มอีก 2 หลัง จัดทำห้องสมุด ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องศิลปะ ฯลฯ ปรับปรุงบริเวณสถานที่ ถนน ระบบไฟฟ้า น้ำประปา
– ปี พ.ศ.2532 ได้รับงบประมาณจากงบพัฒนาชุมชน จาก ส.ส.(อัยการ) สมศักดิ์ ชาญด้วยกิจ จัดซื้อเครื่องดนตรีสำหรับดุริยางค์ เป็นเงิน 50,000 บาท
– ปี พ.ศ.2533 ได้รับงบประมาณหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างจากงบพัฒนาชุมชนของ ส.ส.(อัยการ)สมศักดิ์ ชาญด้วยกิจ สร้างหอประชุม เป็นเงิน 1,600,000 บาท (หนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน) และงบประมาณจากกรมสามัญศึกษา สร้างห้องน้ำ ห้องส้วม 1 หลัง
– ปี 2539 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ 318 ล/พิเศษ หรืออาคาร 2 ในปัจจุบันเป็นอาคารเรียน 4 ชั้นใต้ถุนโล่ง เป็นเงิน 10,503,288 บาท
– ปี 2552 อบจ.จังหวัดระยองได้ก่อสร้างอาคาร 4 เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น
– ปัจจุบันโรงเรียนนิคมวิทยามีเนื้อที่กว่า 70 ไร่ มีอาคารเรียน 5 หลัง โรงฝึกงาน 3 หลัง อาคารดนตรีไทย 1 หลัง อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง หอประชุม 1 หลัง และพื้นที่เพาะปลูกการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรในปีต่างๆ ตั้งแต่เปิดโรงเรียนเป็นต้นมา ทำให้โรงเรียนนิคมวิทยามีวัสดุครุภัณฑ์ อาคารสถานที่ อย่างเพียงพอไว้บริการทางการศึกษาให้แก่บุตรหลานของท่านได้อย่างเต็มที่

ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน คือ รูปจุดประกายส่องแสง
ประกอบด้วย คบเพลิงโล่และคน
คบเพลิง หมายถึง สติปัญญา
โล่และคน 9 คน หมายถึง ความสามัคคี มีน้ำใจ อันนำไปสู่ความเจริญ ก้าวหน้า
คำขวัญและคติพจน์ประจำโรงเรียน ปัญญา สามัคคี มีน้ำใจ
ปรัชญาและคติธรรมประจำโรงเรียน ปญญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต ปัญญาคือแสงสว่างแห่งโลก
สีประจำโรงเรียน สีฟ้า หมายถึง ความสงบสุข สดใส สีเขียว หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่ร่มรื่น

ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นสุพรรณิการ์
ดอกไม้ประจำโรงเรียน ดอกสุพรรณิการ์ (ฝ้ายคำ)

เอกลักษณ์ของโรงเรียน โรงเรียนเป็นโรงเรียนสิ่งแวดล้อม
อัตลักษณ์ของนักเรียน นักเรียนเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

วิสัยทัศน์
พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมนำความรู้ คู่สถานศึกษาสีขาว ตามมาตรฐานสากล
บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งสู่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

พันธกิจ
พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรของสถานศึกษาอย่างครบถ้วน ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐานสากล ดำเนินการจัดเขตปลอดสิ่งเสพติดในสถานศึกษา ดำเนินการให้โรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน จัดทำสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เป้าประสงค์
นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน โรงเรียนมีการจัดหลักสูตรสถานศึกษาที่เทียบเคียงกับหลักสูตรมาตรฐานสากล ดำเนินการให้โรงเรียนเป็นสถานศึกษาสีขาว ชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ในทุกๆ ด้าน นักเรียนนำประสบการณ์การเรียนรู้ การคิด ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น บรรยากาศภายในโรงเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2579)
        เพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว และกระทรวงศึกษาธิการได้ร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2561-2579 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะ และสมรรถนะ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 โดยมี 6 ยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญ คือ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา

ยุทธ์ศาสตร์จังหวัดระยอง
ภายใต้วิสัยทัศน์ “ยกระดับคุณภาพการศึกษา ก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นำสู่มาตรฐานการจัดการศึกษาระดับนานาชาติ” โดยมียุทธศาสตร์ 5 ด้าน คือ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างเครือข่ายระหว่างสถานศึกษาภายใน-ภายนอกในระดับต่าง ๆ และเครือข่ายกับภาคเอกชน ประชาคม และประชารัฐ เพื่อความสามารถในการแข่งขัน
ยุทธศาสตร์ที่ การแสวงหาต้นทุนและกลุ่มผู้นำ ในการเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลง เพื่อกาiพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างการเรียนของนักเรียนนักศึกษา ด้วยโครงการทำแล้วต้องขาย เพื่อสร้างโอกาส ความเสมอภาค และเท่าเทียมกันทางสังคม ภายใต้หลักการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ยุทธศาสตร์ที่ การสอนการแนะนำทั้งในและนอกระบบการศึกษา เพื่อสร้างการเติบโตของคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การขับเคลื่อนธุรกิจ เศรษฐกิจประเทศ ด้วยงานวิจัยทุกระดับ เพื่อการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการจัดการ บริหารจัดการภาครัฐ

ยุทธ์ศาสตร์โรงเรียน มียุทธศาสตร์ 5 ด้าน คือ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านงานอาชีพระหว่างสถานศึกษาภายใน-ภายนอกในระดับต่าง ๆ และเครือข่ายกับภาคเอกชน ประชาคม และประชารัฐ เพื่อความสามารถในการแข่งขัน
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การแสวงหาความรู้ ในการเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลง เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างการเรียนของนักเรียน ด้วยโครงงาน เพื่อสร้างโอกาส   ความเสมอภาค และเท่าเทียมกันทางสังคม ภายใต้หลักการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสอน การแนะนำทั้งในและนอกระบบการศึกษา เพื่อสร้างการเติบโตของคุณภาพชีวิตเพื่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและเพื่อการประกอบอาชีพ 
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การขับเคลื่อนการจัดการศึกษา ด้วยงานวิจัยทุกระดับ เพื่อการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการจัดการ บริหารจัดการภาครัฐ

บทบาทอำนาจหน้าที่ของโรงเรียนนิคมวิทยา
                 1. จัดทำนโยบาย แผนพัฒนาการศึกษา ให้สอดคล้องกับนโยบายของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการ
                2. จัดตั้งงบประมาณ และรับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณ
                3. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
                4. จัดการเรียนการสอน จัดสภาพแวดล้อม บรรยากาศการเรียนการสอนที่เหมาะสม และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของผู้เรียน
                5. ออกระเบียบข้อบังคับต่างๆรวมทั้งระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการศึกษา
                6. กำกับ ติดตาม ประเมินผลงานตาม แผนงานโครงการ และประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการพิจารณาความดีความชอบ การพัฒนา และการดำเนินงานทางวินัยกับครูและบุคลากรทางการศึกษา
                7. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา รวมทั้งปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของโรงเรียน ทั้งที่เป็นราชพัสดุและทรัพย์สินอื่นๆตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
                8. จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ความร่วมมือในการประเมินคุณภาพการศึกษาจากหน่วยงานภายนอก รวมทั้งการรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
                9. ส่งเสริมความเข้มแข็งในชุมชน และสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันอื่นๆในชุมชนและท้องถิ่น
                10. ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการภายใน หรือตามที่ได้รับมอบหมาย และตามที่กฎหมายกำหนดให้