เกียรติภูมิโรงเรียน

โรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School)
โรงเรียนมาตรฐานสากล ( World-Class Standard School )นี้ เป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนำมาใช้เป็นมาตรการเร่งด่วนในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานของสากล หรือมาตรฐานของประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง ซึ่งหมายถึงประเทศที่ประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมโครงการ PISA หรือ TIMSS เป็นโรงเรียนที่พัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล รวมทั้งมีการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ เพื่อให้ได้ ผู้เรียนที่มีคุณภาพ คือเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและคุณลักษณะ (Learner Profile) เทียบเคียงมาตรฐานสากล (World class standard) และมีศักยภาพเป็นพลโลก (World citizen) สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพเยาวชนสาหรับยุคศตวรรษที่ 21 อีกทั้งเป็นไปตามปฏิญญาว่าด้วยการจัดการศึกษาของ UNESCO คือ Learning to know, Learning to do, Learning to live with the others, Learning to be




โครงการ “หนึ่งอำเภอ  หนึ่งโรงเรียนในฝัน”
เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่จะพัฒนาเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติให้มีคุณภาพ  ซึ่งในระยะเริ่มต้นโครงการกำหนดให้มีอำเภอละ 1 โรงเรียน รวม 921  โรงเรียน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับมอบหมายจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของโครงการ  และเพื่อให้การดำเนินงานตามนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพโรงเรียนและผู้เรียนเป็นสำคัญ  จึงดำเนินการจัดทำแผนหลักโครงการ “หนึ่งอำเภอ  หนึ่งโรงเรียนในฝัน” (Master Plan of Lab School Project) ขึ้น เพื่อพัฒนาโรงเรียนภายใต้ปรัชญาโรงเรียนในฝัน คือ“ใฝ่รู้ใฝ่เรียน เป็นบุคคลเรียนรู้ตลอดชีวิต  สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง รู้จักคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง มีความเป็นไทยและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข”  ในปี 2551  กำหนดพัฒนาโรงเรียนในฝันรุ่นที่ 2  จำนวน  867  โรงเรียน ภายใต้ชื่อว่า  โรงเรียนในฝัน (โรงเรียนดีใกล้บ้าน)  และในปี 2553  กำหนดพัฒนาโรงเรียนในฝันรุ่นที่ 3  จำนวน  715  โรงเรียน รวมทั้งสิ้น  2,500 โรงเรียน




โรงเรียนรางวัลพระราชทาน ปี 2556
การคัดเลือกนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน โครงการคัดเลือกนักเรียน นักศึกษาและสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภกับหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น มีใจความตอนหนึ่งว่า “มีนักเรียนจำนวนมากซึ่งมีความประพฤติดี และมีความมานะพยายามศึกษาเล่าเรียนได้ผลดี รวมทั้งมีโรงเรียน ซึ่งจัดการศึกษาดีจนนักเรียนสอบได้ผลดีมากเป็นส่วนรวม นักเรียนและโรงเรียนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวสมควรจะได้รับพระราชทานรางวัล” ทั้งนี้ได้ทรงกำชับว่าหากพิจารณาแล้วได้ผลประการใดทรงมีพระราชประสงค์จะทรง ทราบด้วย กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับสนองพระราชปรารภมาดำเนินการตั้งแต่ปี 2506 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 50 ปี รางวัลพระราชทาน เป็นรางวัลที่มีเกียรติยศสูงสุดเป็นสิริมงคลแก่ผู้รับ การดำเนินงานต้องกระทำด้วยความรอบคอบทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประเมินและการคัดเลือกคณะกรรมการที่รับผิดชอบการดำเนินงาน และคณะกรรมการประเมิน จะต้องดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ด้วยความรอบคอบ บริสุทธิ์ ยุติธรรม ยึดหลักวิชาการ ใช้ความสามารถและดุลยพินิจในการพิจารณาตัดสินผลอย่างถูกต้องตามหลักการ ต้องมีใจเป็นกลาง ไม่โน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้ได้บุคคล หรือสถานศึกษาที่สมควรได้รับเกียรติอันสูงสุดคือการได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เพื่อรับพระราชทานรางวัล




โรงเรียนต้นแบบดีเด่น โครงการ “พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อนด้วยวิถีพอเพียง”
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ผนึกกำลังสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ สร้างเครือข่ายต้นแบบ “โรงเรียนและครู” มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านและยั่งยืน โดยจัดพิธีมอบรางวัลโครงการ “พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง” เชิดชูและยกย่อง 5 โรงเรียนต้นแบบพลังงานเพื่อชีวิต และ 18 ครูต้นแบบ ต้นทางความรู้ ซึ่งคัดเลือกจาก 60 โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่มีผลงานเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องตลอด 3 ปีของการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งสามารถบูรณาการการเรียนการสอนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ มีการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานด้านวิชาการได้อย่างกลมกลืน จนนำไปสู่การปฏิบัติเป็นวิถีชีวิตของโรงเรียน เพื่อปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน




โรงเรียนต้นแบบ โครงการส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านโค้ดดิ้ง ผ่านพื้นที่พัฒนานักประดิษฐ์ดิจิทัล (depa
Young Maker Space development)

โครงการ Coding Thailand โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กระทรวงดิจิทัลเพื่อ
เศรษฐกิจและสังคม ที่มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ผ่านแพลตฟอร์ม
ออนไลน์ระดับประเทศ และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเข้าถึงเยาวชนไทยทั่วประเทศ และลดความ
เหลื่อมล้้ำทางการศึกษา อีกทั้งยังตระหนักในความสำคัญของการเรียนรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และการ
โค้ดดิ้ง ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านโค้ดดิ้ง ด้วยการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ เพื่อ
สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร
ลาดกระบัง ดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านโค้ดดิ้ง ผ่านพื้นที่พัฒนานักประดิษฐ์ดิจิทัล (depa
Young Maker Space development) ขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เกี่ยวข้องได้แก่ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนวิทยาการ
คำนวณ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านโค้ดดิ้ง ผ่าน
พื้นที่พัฒนานักประดิษฐ์ดิจิทัล (depa Young Maker Space development) ที่มีความพร้อมด้านสื่อ
อุปกรณ์ และระบบเทคโนโลยี